พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์
พ.ศ. 2518 (กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน)
กฎหมายแรงงานสัมพันธ์เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับกระบวนการเสริมสร้างระบบแรงงานสัมพันธ์ระหว่างนายจ้างและลูกจ้างโดย
กำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการยื่นข้อเรียกร้องเพื่อแก้ไขเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้าง
การระงับข้อพิพาทแรงงาน
สิทธิของนายจ้างลูกจ้างในการจัดตั้งสมาคม และสหภาพแรงงาน
เพื่อแสวงหาและคุ้มครองประโยชน์เกี่ยวกับการจ้าง
การจัดสวัสดิการและส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างนายจ้างกับลูกจ้าง
การจัดตั้งคณะกรรมการลูกจ้าง เพื่อหารือ
กิจการต่างๆ กับนายจ้างเป็นการสร้างความเข้าใจซึ่งกันและกันและหาทางปรองดอง
ระหว่างนายจ้างกับลูกจ้าง
เพื่อให้เกิดความสงบสุขในอุตสาหกรรมอันเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศ
|
พระราชบัญญัติการทำงานของคนต่างด้าว
พ.ศ. 2521 (กรมการจัดหางาน)
บัญญัติไว้ควบคุมการทำงานของคนต่างด้าวที่ขออนุญาตทำงานในประเทศไทยและสงวนอาชีพบางอย่างไว้สำหรับคน
ไทยโดยคนต่างด้าวที่จะขออนุญาตทำงานได้มี 3 ประเภท
คือ
- คนต่างด้าวที่มีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักร หรือได้รับอนุญาตให้เข้ามาในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว
แต่ไม่ใช่
นักท่องเที่ยว หรือผู้เดินทางผ่าน
- คนต่างด้าวที่ได้รับอนุญาตให้เข้ามาทำงานในราชอาณาจักร
ตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน
หรือตามกฎหมายอื่น
- คนต่างด้าวที่ถูกเนรเทศ ซึ่งได้รับการผ่อนผันให้ไปประกอบอาชีพ
ณ ที่แห่งใดแทนการเนรเทศ หรืออยู่ใน
ระหว่างรอการเนรเทศ คนต่างด้าวที่เข้าเมืองโดยไม่ถูกต้องตามกฎหมาย
หรืออยู่ในระหว่างรอการส่งกลับออกนอก
ราชอาณาจักร คนต่างด้าวที่เกิดในราชอาณาจักรแต่ไม่ได้รับสัญชาติไทยหรือถูกถอนสัญชาติ
ซึ่งสามารถทำงานได้
27 อาชีพตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด
|
พระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ.
2528 (กรมการจัดหางาน)
เดิมมี พระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน
พ.ศ. 2511 บังคับใช้ จนกระทั่งได้มีการประกอบธุรกิจในการ
จัดส่งคนหางานไปทำงานในต่างประเทศจำนวนมากขึ้น
และมีการหลอกลวงคนหางาน จึงได้มีการปรับปรุงแก้ไข
พระราชบัญญัติจัดหางานฯ พ.ศ.2511 มาเป็น พระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ.2528
(พระราชบัญญัติ ดังกล่าวมีการแก้ไขเพิ่มเติมในปี
2537 และปี 2538) โดยมีสาระสำคัญ คือ
1.) ให้มีสำนักงานจัดหางานของรัฐที่จะให้บริการจัดหางานแก่ประชาชนโดยไม่คิดมูลค่า
2.) ขยายรูปแบบการคุ้มครองคนหางานให้ได้รับความเป็นธรรม
และได้รับการช่วยเหลือเมื่อประสบความเดือดร้อน
3.) ควบคุมและดูแลการประกอบธุรกิจจัดหางานของเอกชนอย่างจริงจัง
ทั้งนี้
- ผู้ขออนุญาตจัดหางานในประเทศ จะต้องมีสัญชาติไทย และมีหลักประกัน
เป็นจำนวนเงินหนึ่งแสนบาทวาง
ไว้กับนายทะเบียน เพื่อเป็นหลักประกันการปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้
ในกรณีที่ผู้ขออนุญาตจัดหางาน
ดังกล่าวเป็นนิติบุคคล นิติบุคคลนั้นต้องมีสัญชาติไทยและมีผู้จัดการซึ่งเป็นผู้มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะ
ต้องห้าม
- ผู้ขออนุญาตจัดหางานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศ
จะต้องเป็นบริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด มีทุน
จดทะเบียนและชำระแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งล้านบาท มีผู้จัดการซึ่งเป็นผู้มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม
และมีหลักประกันเป็นจำนวนเงินห้าล้านบาทวางไว้ กับนายทะเบียนจัดหางานกลาง
เพื่อเป็นหลักประกัน
การปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้
4.) กำหนดให้ผู้รับอนุญาตจัดหางานเพื่อไปทำงานต่างประเทศ
ส่งคนหางานเข้ารับการทดสอบฝีมือ
5.) กำหนดมาตรการในการควบคุมการดำเนินการทดสอบฝีมือ
โดยให้อยู่ในความรับผิดชอบของกรมพัฒนา
ฝีมือแรงงาน
ทั้งนี้การดำเนินการทดสอบฝีมืออาจจะดำเนินการโดยสถานทดสอบฝีมือของรัฐ
หรือดำเนิน
การโดยสถานทดสอบฝีมือของเอกชน
|
พระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 (สำนักงานประกันสังคม)
กำหนดให้มีการจัดเก็บเงินสมทบจากนายจ้าง
ลูกจ้าง และรัฐบาล เพื่อให้ความคุ้มครองแก่ลูกจ้างที่ประสบอันตราย
เจ็บป่วย ทุพพลภาพ หรือตายที่มิใช่เป็นผลสืบเนื่องจากการทำงาน
รวมทั้งกรณีคลอดบุตร กรณีสงเคราะห์บุตร
กรณีชราภาพ และกรณีว่างงาน โดยอัตราเงินสมทบกรณีประสบอันตราย
เจ็บป่วย ทุพพลภาพ ตาย และคลอดบุตร
ให้จัดเก็บในอัตรารวม 3 ฝ่ายไม่เกินร้อยละ
4.5 ของค่าจ้าง สำหรับกรณีสงเคราะห์บุตรและกรณีชราภาพ ให้จัดเก็บใน
อัตรารวม 3 ฝ่ายไม่เกินร้อยละ 9 ของค่าจ้าง
และกรณีว่างงาน ให้จัดเก็บในอัตรารวม 3 ฝ่ายไม่เกินร้อยละ 15 ของค่าจ้าง
ทั้งนี้ลูกจ้างที่เข้าข่ายจะได้รับบริการทางการแพทย์และเงินทดแทนการขาดรายได้
รวมถึงค่าคลอดบุตร ค่าทำศพ
เงินสงเคราะห์ทายาทในกรณีตาย ค่าสงเคราะห์บุตร
และเงินบำเหน็จบำนาญ กรณีชราภาพ สำหรับกรณีว่างงาน
จะดำเนินการเมื่อใดให้ตราเป็นพระราชกฤษฎีกาขึ้นใช้บังคับ
|
พระราชบัญญัติเงินทดแทน พ.ศ. 2537 (สำนักงานประกันสังคม)
กำหนดให้มีการจัดเก็บเงินสมทบจากนายจ้างปีละหนึ่งครั้ง
ในอัตราร้อยละ 0.2-1.0 ของค่าจ้าง ตามลักษณะความ
เสี่ยงภัย ของประเภทกิจการนั้นๆเงินสมทบที่จัดเก็บได้นี้ให้นำไปจ่ายเป็นเงินทดแทนให้แก่ลูกจ้างที่ประสบอันตราย
หรือเจ็บป่วย สูญเสียอวัยวะ สูญเสียสมรรถภาพของร่างกายตายหรือสูญหายอันเนื่องมาจากการทำงานให้กับนายจ้าง
โดยลูกจ้างจะได้รับเงินทดแทนเป็นค่ารักษาพยาบาล ค่าทดแทนการขาดรายได้
ค่าทำศพ หรือค่าฟื้นฟูสมรรถภาพ
ในการทำงาน ซึ่งขึ้นอยู่กับระดับของการประสบอันตรายนั้นๆ
|
พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 (กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน)
กฎหมายคุ้มครองแรงงาน เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับสิทธิและหน้าที่ระหว่างนายจ้างและลูกจ้าง
เป็นกฎหมายที่กำหนด
มาตรฐานขั้นต่ำในการใช้แรงงานทั่วไป การใช้แรงงานหญิง
การใช้แรงงานเด็ก ค่าตอบแทนการทำงาน สวัสดิการ
ความปลอดภัยในการทำงาน ค่าชดเชยการเลิกจ้าง และกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง รวมทั้งการดำเนินการของพนักงาน
เจ้าหน้าที่ในการให้ความคุ้มครองลูกจ้าง ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและให้ลูกจ้างมีสุขอนามัย ที่ดี
อันจะเกิด
ประโยชน์สูงสุดแก่นายจ้าง ลูกจ้าง และการพัฒนาประเทศ
|
พระราชบัญญัติแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์
พ.ศ. 2543 (กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน)
กฎหมายแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์
เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับมาตรฐานสิทธิประโยชน์และความสัมพันธ์ระหว่างฝ่ายบริหาร
และลูกจ้างของรัฐวิสาหกิจ เป็นกฎหมายที่กำหนดสิทธิในการร่วมเจรจาต่อรองตามหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการยื่นข้อเรียกร้อง
เพื่อการแก้ไขเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้าง การระงับ ข้อพิพาทแรงงาน
การจัด ตั้งสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ เพื่อแสวงหา
และคุ้มครองประโยชน์เกี่ยวกับการจ้างให้รัฐวิสาหกิจ
การกำหนดให้มีคณะกรรมการแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์
ซึ่งเป็นคณะกรรมการไตรภาคีที่จะกำหนดมาตรฐานขั้นต่ำของสภาพการจ้างในรัฐวิสาหกิจ
การกำหนดให้มีคณะกรรมการ
กิจการสัมพันธ์ในรัฐวิสาหกิจแต่ละแห่ง ซึ่งเป็นคณะกรรมการทวิภาคีเพื่อการปรึกษาหารือให้เกิดความเข้าใจซึ่งกัน
และกันและหาทางปรองดองให้การทำงานของฝ่ายบริหารและลูกจ้างรัฐวิสาหกิจเกิดสันติสุข
|
พระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน
พ.ศ. 2545 (กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน)
ได้ปรับปรุงพระราชบัญญัติส่งเสริมการฝึกอาชีพ
พ.ศ. 2537 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการฝึก
อาชีพแก่บุคคลซึ่งอยู่ในวัยทำงานให้มีฝีมือสอดคล้องกับความต้องการของธุรกิจอุตสาหกรรมและเพื่อให้บุคคลซึ่งทำงาน
อยู่แล้วได้รับการฝึกเพื่อยกระดับมาตรฐานฝีมือแรงงานและการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานรวมทั้งเพื่อให้มีการร่วมมือ
ระหว่างสถานประกอบการและสถานศึกษาในการรับนักเรียน
นิสิต นักศึกษาเข้ารับการฝึกในสถานประกอบการ และการส่ง
ผู้รับการฝึกหรือผู้ซึ่งสถานประกอบการจะรับเข้าทำงานไปรับการฝึกอาชีพในสถานศึกษาหรือสถานฝึกอาชีพของทาง
ราชการทั้งนี้ผู้ที่ที่ได้มีการฝึกอบรมฝีมือแรงงานตามหลักสูตรและรายละเอียดเกี่ยวกับการฝึกอบรมฝีมือแรงงานที่นาย
ทะเบียนได้พิจารณาให้เห็นชอบจะดำเนินการฝึกอาชีพมีได้รับสิทธิและประโยชน์ตามพระราชบัญญัตินี้เพื่อให้นายจ้างและ
สถานประกอบกิจการมีส่วนร่วมในการพัฒนาฝีมือแรงงานรวมทั้งให้มีการจัดตั้งกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงานเพื่อเป็นทุน
หมุนเวียนสำหรับใช้จ่ายเกี่ยวกับการส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน
|